ตอนที่ 12  เพลงที่ถูกบันดาลขึ้นประทานให้แด่ผู้ฟัง            
ฉะนั้นแล้วการจะซื้อหรือการจะขายบทเพลงที่ผู้แต่งได้แต่งขึ้นก็ย่อมขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้ซื้อคือพ่อค้านักลงทุนเพื่อนำไปสู่ระบบธุรกิจต่อไป  ความพึงพอใจของผู้จะซื้อหากต่อรองตกลงกันได้กับผู้แต่งก็ย่อมเกิดการซื้อขายได้อย่างคล่องตัวบางครั้งผู้แต่งอาจตั้งราคาไว้ที่หลักพันหากเกิดการพึงพอใจกันทั้งสองฝ่ายก็ซื้อขายกันในราคาแค่หลักพันซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ต่ำมากแต่ก็ยังมีการซื้อขายในราคานี้กันอยู่หรืออีกบางครั้งผู้แต่งอาจได้ตั้งราคาขายบทเพลงไว้ที่หลักหมื่นขึ้นไปซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่เกิดความเหมาะสม และคุ้มค่ากับสิ่งที่ผู้แต่งสร้างความบันดาลจัดสรรปั้นแต่งให้เกิดขึ้นเป็นบทเพลงหรืออาจเรียกว่าคุ้มค่าเหนื่อยอย่างเหมาะสมพอประมาณหากได้มีการตกลงด้วยความพึงพอใจซื้อขายกันในราคาที่หลักหมื่นนี้แต่สิ่งที่ผู้แต่งบันดาลสร้างสิ่งมหัศจรรย์อาจได้เกิดขึ้นในการขายบทเพลงซึ่งตั้งราคาไว้อยู่ที่หลักแสนอาจจะเป็นสิ่งไม่คาดคิดแทบไม่น่าเชื่อที่มีราคาเกินเลยไปมากถึงขนาดนี้  ในการแต่งเพลงของผู้แต่งมีแต่ความเป็นไปได้และมีในความไม่เสมอไปควบคู่กันอย่างมีให้ได้เห็นให้ได้เกิดขึ้นเป็นโชคเป็นโอกาสพอที่ให้ได้ใช้ไขว่คว้าไปในทิศทางใดทางหนึ่งเท่านั้นเอง  หากบทเพลงของผู้แต่งโดยการคาดการณ์ไว้ว่าในต่อไปภายภาคหน้าจะเป็นเพลงที่ประสบความสำเร็จเป็นที่รู้จักโด่งดังไปทั่วประเทศอาจทำให้ยอดขายทะลุเกินเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้อย่างน่าพึงพอใจด้วยสาเหตุนี้อาจทำให้บทเพลงของผู้แต่งเกิดมีความพึงพอใจกันทั้งสองฝ่ายซื้อขายกันในราคาหลักแสนก็เป็นไปได้  เพราะเช่นนั้นผู้แต่งจะต้องเล่นฤทธิ์บันดาลเสริมเติมใส่ความมีโชคคละเคล้าลงไปในบทเพลงให้เกิดความพึงพอใจถือเป็นสิ่งสำคัญที่ควรจะเป็นและขาดหายต่อกลิ่นอายแห่งความมีโชคมิได้เช่นกัน  ผู้แต่งที่มีฤทธิ์มากหรือมีประสบการณ์มากซึ่งพอที่จะบันดาลเรื่องราวให้เกิดด้วยการแต่งปรุงสรรพสิ่งให้เป็นไปตามเจตนาตามความปรารถนาของผู้แต่ง  ผู้แต่งอาจได้เล่นฤทธิ์พบในสิ่งที่เป็นความลับของธรรมชาติได้ด้วยองค์ประกอบซึ่งเป็นหลักเคล็ดลับวิชาหลายๆอย่างเข้ามารวมกันให้ได้เกิดการหยั่งคิดแสดงทัศนะออกมาในรูปแบบอันแปลกใหม่ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิดไว้ว่าจะได้สิ่งใหม่เหล่านี้มาจากที่ใดที่หนึ่งหรือได้มาจากการปรุงแต่งสรรพสิ่งด้วยหลักคิดให้เกิดขึ้นและเป็นไปอย่างธรรมชาติจนผู้แต่งได้พบได้เห็นสิ่งที่ถูกปกปิดซ่อนเร้นไว้คือรูปแบบของการทำให้เกิดขึ้นได้ด้วยสิ่งใหม่ที่ไม่มีผู้ใดได้ค้นพบเจอมาก่อนนั่นคือความต้องการของมนุษย์ที่มีต่อธรรมชาติอย่างไม่จบสิ้นและไม่มีที่สิ้นสุดหรืออาจจะเรียกว่าการค้นคว้าหาทรัพยากรทางธรรมชาติได้ผลิตนำมาใช้ในความต้องการของมนุษย์ให้ได้ใช้บริโภคกัน  ผู้แต่งที่ได้ค้นพบทรัพยากรบางอย่างซึ่งมาจากแนวความคิดมาจากทัศนะด้วยความรู้สึกกระหยิ่มดีใจที่ได้พบกับสิ่งที่เป็นความลับเพื่อนำมาใช้ด้วยการปรุงแต่งสรรพสิ่งให้เกิดขึ้นด้วยความพัฒนาการเป็นสิ่งที่แปลกใหม่ให้น่าตื่นตากับสิ่งที่ได้เห็นกับเรื่องราวที่ได้ฟัง  ฉะนั้นแล้วสิ่งอันใดที่เป็นความลับซึ่งถูกค้นพบจากผู้แต่งและผู้แต่งก็ย่อมไม่สามารถอธิบายในสิ่งที่เป็นความลับให้เกิดการเข้าใจได้แต่ผู้แต่งยังสามารถนำเอาสิ่งที่เป็นความลับมาสื่อให้ได้เข้าใจว่าเรื่องราวสิ่งนี้ที่เกิดขึ้นเป็นบทเพลงมาจากความลับที่ผู้แต่งได้ค้นพบมีอยู่ในตัวตนของผู้แต่งเองกันทุกคน  ผู้แต่งอาจพบความลับที่มีอยู่ในตัวตนอย่างไม่เหมือนกันและผู้แต่งบางคนซึ่งมีฤทธิ์มีพลังน้อยก็อาจได้พบความลับกับสิ่งที่ได้เพียงแค่ฤทธิ์พลังที่มีอยู่หากผู้แต่งที่มีฤทธิ์มากก็ย่อมพบความลับกับสิ่งที่ได้นั้นดีกว่ามาก  ฉะนั้นแล้วบทเพลงที่ผู้แต่งแต่งขึ้นก็ย่อมมีความแตกต่างด้วยฤทธิ์พลังอำนาจอย่างไม่เหมือนกัน  เช่นผู้แต่งที่มีอายุยังน้อยอาจมีฤทธิ์มีพลังน้อยหรือผู้แต่งที่มีอายุยังน้อยแต่มีฤทธิ์ให้ได้เล่นใช้อย่างมากมาย  หรือผู้แต่งที่มีอายุมากอาจมีฤทธิ์มีพลังน้อยก็มีได้หรือผู้แต่งที่มีอายุมากมีฤทธิ์มีพลังให้ได้ใช้เล่นบันดาลมากจนเป็นสิ่งให้ผู้แต่งเห็นถึงความต่างกันกับบทเพลงที่ถูกแต่งขึ้นด้วยฤทธิ์พลังบางอย่างที่ไม่เท่ากันหรืออาจจะเรียกว่าความสามารถไม่เท่ากันก็ได้  ฉะนั้นแล้วผู้แต่งก็ย่อมมีความสามารถไม่เท่ากันมีประสบการณ์ไม่เท่ากันและมีฝีมือไม่เท่ากันในความที่ไม่เท่ากันของผู้แต่งย่อมถือเป็นความธรรมชาติที่มีเกิดขึ้นอยู่ในแต่ละผู้แต่งเอง  ความมีสิ่งที่ไม่เท่ากันมิใช่ความหมายว่าผู้ที่มีมากกว่าจะเป็นผู้พบความสำเร็จแต่เพียงผู้เดียว  แต่ในความเป็นบทเพลงที่เกิดจากผู้แต่งที่แต่งขึ้นไม่ว่าจะมีความสามารถเท่าใดมีประสบการณ์เท่าใดหรือมีฝีมือเท่าใดหากแต่งเพลงขึ้นมาและได้มีความไพเราะก็สามารถประสบสำเร็จได้สิ่งนี้คือความไม่เสมอไปในการแต่งเพลงแต่ในความมีประสบการณ์หากมีฝีมือมากมีความสามารถมากก็ย่อมเพียงแค่ได้เปรียบในสิ่งที่มีความแปลกใหม่ได้ดีกว่ามีหนทางใหม่ได้ดีกว่ามีรูปแบบใหม่นำมาเสนอได้ดีกว่าซึ่งสิ่งนี้ได้เรียกใช้ในการแต่งเพลงว่าผู้แต่งบันดาลเล่นฤทธิ์ปรุงแต่งสรรพสิ่งสร้างความอัศจรรย์บันเทิงเริงใจให้กับผู้ฟังมาอย่างหลายยุคหลายสมัยได้สืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบันอย่างไม่เท่ากันนั่นเอง  เพลงที่ถูกบันดาลขึ้นจากผู้แต่งผู้แต่งจะเริ่มจากการมองตัวตนเองดูตนเองและประมาณตนเองว่ามีลักษณะที่โดดเด่นในตนเองเป็นอย่างไร  ตัวอย่างเช่นผู้แต่งมีประสบการณ์ในการใช้ชีวิตที่ผ่านมาเป็นเช่นไรพอที่จะได้เล่าออกมาเพื่อได้เป็นการแต่งเพลง  หรือผู้แต่งมีหลักความรู้ได้มากน้อยเพียงใดพอที่จะสามารถถ่ายทอดออกมาเพื่อให้ได้เป็นการแต่งเพลง  หรือผู้แต่งมีมุมมองกับสิ่งที่ผู้แต่งอาจได้ประสบพบมาเป็นเช่นอย่างไรพอที่ผู้แต่งจะแสดงทัศนะเพื่อให้ได้ออกมาด้วยความรู้สึกของผู้แต่งเพื่อเป็นการแต่งบทเพลง  หรือผู้แต่งมีหลักในการใช้จินตนาการได้อย่างสวยงามเพียงใดพอที่จะถ่ายทอดความรู้สึกในตัวตนของผู้แต่งให้เกิดความเข้าใจได้อย่างโดยง่ายเพื่อเป็นการแต่งบทเพลง  หรือผู้แต่งมีจิตอารมณ์ที่ได้ถูกฝึกฝนให้ได้เป็นผู้ที่ได้รับด้วยการทำงานควบคุมขับเคลื่อนให้ผลงานของผู้แต่งเกิดการไหลลื่นดำเนินไปได้ด้วยดีจนเกิดผลสำเร็จอย่างไม่มีติดขัดใดๆให้เป็นอุปสรรคเพื่อเป็นการแต่งบทเพลง  หรือการถ่ายทอดย่อมเป็นสิ่งสุดท้ายที่ผู้แต่งต้องถ่ายทอดออกมาให้เกิดสิ่งที่เข้าใจได้อย่างง่ายเพื่อเป็นการแต่งบทเพลง  ดังนั้นแล้วสิ่งที่ผู้แต่งมีอยู่ในตัวตนอาจได้สรุปออกมาให้ได้เห็นด้วยการแยกแยะคัดเรียงไว้  เช่นอารมณ์ ความรู้ หลักคิด ประสบการณ์ จินตนาการ มุมมอง ทัศนะ และการถ่ายทอด สิ่งเหล่านี้จะรวมอยู่ภายในตัวของผู้แต่งและจะถูกทับซ้อนจนผู้แต่งอาจไม่สามารถได้รู้ว่าสิ่งที่ได้ใช้ในการแต่งเพลงมาจากสิ่งใด มาจากทัศนะ หรือมาจากมุมมอง หรือมาจากจินตนาการ หรือมาจากประสบการณ์ หรือมาจากหลักคิด หรือมาจากอารมณ์เป็นตัวกำหนดพาไป  ซึ่งเหตุผลที่มีที่มาเหล่านี้บางครั้งก็ย่อมควรรู้เพื่อให้เกิดความยุ่งยากอาจจะทำให้มุมมองหรือวิธีการมองเห็นได้เกิดหลักคิดเกิดการโต้แย้งออกไปสู่สิ่งยากที่จะเข้าที่เข้าทางอาจทำให้เกิดการเสียเวลาที่ผู้แต่งหลงคิดให้ได้เข้าไปอย่างเป็นเวลานาน  วัตถุดิบย่อมเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้แต่งต้องขยันค้นคว้าไขว่หาให้ได้มา  เมื่อได้วัตถุดิบมาแล้วผู้แต่งจะมีหลักกรรมวิธีในการผลิตแต่งเพลงเป็นเช่นอย่างไรมีโครงสร้างในการผลิตแต่งเพลงเป็นอย่างไรหรือมีวิธีการขั้นตอนในการผลิตแต่งเพลงได้เป็นไปตามลำดับที่สวยงามเพื่อไม่ให้ได้เกิดอุปสรรคเข้ามารบกวนได้ดีเพียงใดและสิ่งเหล่านี้อาจคือสิ่งที่เข้าสู่กระบวนการการกลั่นกรองของผู้แต่งซึ่งจะสามารถผลิตแต่งเพลงขึ้นมาได้  บทเพลงที่ถูกแต่งขึ้นจากผู้แต่งจะมีสิ่งที่ถูกทับซ้อนกันอยู่สามอย่างคือท่วงทำนอง เนื้อคำร้อง และการวางใส่คอร์ดเมื่อผู้แต่งเห็นในสิ่งที่เกิดขึ้นจากการถูกทับซ้อนเข้าด้วยกันหลายๆอย่างที่มีอยู่ในตัวของผู้แต่ง ที่มีอยู่ในวัตถุดิบ และที่มีอยู่ในบทเพลงเพียงแค่พึงให้ได้รู้และปล่อยวางข้อมูลทุกสิ่งเพื่อมิให้เป็นการบีบอัดทับกดดันความรู้สึกของผู้แต่งจึงให้ปล่อยวางสิ่งเหล่านี้ลงทิ้งไว้เสีย  แล้วลงมือแต่งเพลงปฏิบัติให้เกิดเป็นสิ่งที่ออกมาจากการถ่ายทอดปรุงแต่งสรรพสิ่งจนเกิดขึ้นเป็นบทเพลงให้ได้และขอให้ความมีโชคดีที่มีผลให้ประสบสำเร็จจงเกิดแด่ผู้แต่งทุกท่านตลอดไป